รอบรู้ศัลยกรรม

ข่าวสารวงการศัลยกรรม

เรื่องจริงที่ต้องรู้กับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่หลายคนมองข้าม

เสริมหน้าอก


ต้องยอมรับว่าการศัลยกรรมการเสริมหน้าอก หรือการศัลยกรรมตามส่วนต่างๆของร่างกายนั้นดูเป็นเรื่องที่ที่ธรรมดาไปแล้วไม่ว่าจะมองทางไหนก็ตามล้วนแต่มีคนสวย อึ๋มกันทุกคน จะให้มายัดเสริมอยู่ตลอดเวลาก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมชาติ
 สำหรับใครที่กำลังมีความคิดว่าอยากจะไปเสริมหน้าอกจำเป็นต้องที่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้เอาไว้เพราะมีหลายคนนั้นมองข้ามหรือบางคนอาจจะไม่รู้ว่าหลังจากที่ทำแล้วคุณจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วคุณเองมีความรู้มากน้อยเท่าไร

  1. การทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกควรทำเมื่อร่างกายนั้นเติบโตเต็มที่แล้วเท่านั้นถึงแม้ว่าจะอนุญาตให้ทำได้ตั้งแต่ 18 ปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมมาที่สุดนั่นคือ 20-22 ปีขึ้นไป
  2. หาความรู้เกี่ยวกับวัสดุและเลือกรูปทรงของหน้าอกที่ทำให้ครบถ้วน เพื่อที่จะได้เลือกสิ่งที่เหมาะที่สุดจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเจ็บตัวถึงสองรอบ เพราะปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นถุงน้ำเหลือ ซิลิโคน โดยคำนึงถึงข้อดีข้อเสียและเรื่องราคา พร้อมรับฟังคำแนะนำจากแพทย์
  3. ทำแล้วเจ็บสุดๆ แน่นอนว่าการผ่าตัดย่อมมีผลข้างเคียงนั่นคืออาการปวดบวม ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่าถ้าอยากสวยก็ต้องอดทนทำใจรอได้เลย
  4. นอกจากมีเงินเสริมหน้าอกแล้วคุณยังต้องเตรียมเงินไว้ส่วนหนึ่งที่ต้องซื้อเสื้อชั้นในใหม่ยกเซ็ต เพราะคุณได้มีขนาดใหม่ที่ใหญ่กว่าในช่วงแรกให้สวมเสื้อบราสปอร์ตก่อนและเมื่อเข้าที่ค่อนมาสวมเสื้อยกทรงตามแบบปกติเพื่อความสวยงาม
  5. หลังจากการผ่าตัดใครคิดว่าจะนอนพักแบบสบายๆเช่นการผ่าตัดแบบอื่นๆ เพราะคุณจำเป็นต้องนวดหน้าอกโดยแพทย์จะสอนท่านวด จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องให้ทำวนไปเรื่อยๆประมาณวันละ 5-10 นาทีให้ทำทุกวันเป็นประจำทั้งนี้ก็เพื่อลดการเกิดพังผืด
  6. ทำใจไว้รอเลยว่าอาจจะมีรอยแผลเป็นที่อาจเกิดขึ้นกับคุณได้บางรายอาจจะเกิดขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับแพทย์ว่ามีความชำนาญมากน้อยแค่ไหนรวมถึงตัวคุณเองด้วยว่าหมั่นทาครีมลดรอยแผลเป็นหรือไม่
  7. หลังจากการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก  จะต้องรับการตรวจสอบว่าวัสดุที่เสริมเข้าไปนั้นยังคงสภาพอยู่หรือไม่ จำเป็นต้องเตรียมทุนไว้ด้วยเพราะขั้นตอนการทำเอ็มอาร์ไอสแกนนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย

สำหรับใครที่รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องเตรียมใจ เตรียมเงินเอาไว้ ถือเป็นการศัลยกรรมที่ต้องเสียเงินหลายต่อ และควรที่จะรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เต้าทรงสวยอยู่คู่กับคุณไปตลอด ถึงแม้ว่าจะยุ่งยากแต่รับรองได้ว่าคุณจะมีความมั่นใจและกล้าที่จะแต่งตัวอวดหุ่นสวยมากยิ่งขึ้น

 

ศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก…ศึกษาข้อมูลดีๆไม่มีผิดหวัง

ดั่งตำราบอกไว้ว่า ปากนิด จมูกหน่อย ริมฝีปากจุ๋มจิ๋ม ถึงจะดูสวยน่ารักและดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ดังนั้นความมั่นใจในสาวๆ ผู้มีริมฝีปากหนาก็จะเกิดขึ้นได้ เพราะไม่ว่าจะในการพูด การยิ้ม การแต่งหน้า ก็ดูเป็นเรื่องใหญ่ น่ากังวล บางคนอาจจะเกิดความกังวลใจ การผ่าตัดแก้ไขปัญหารูปปาก ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากความไม่ชอบใจส่วนตัว ก็เป็นได้ การที่จะแก้ไขให้ริมฝีปากที่ไม่สมส่วน ให้ดูสวยงามได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะการแพทย์ในปัจจุบันมีการศัลยกรรมผ่าตัดแก้ไขริมฝีปากให้ดูสวยงามตามความชอบได้อย่าง่ายดาย ผู้ป่วยบางรายก็ไม่ได้เข้ารับการศัลยกรรม แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ก็นิยมศัลยกรรมกันอยู่ดีเพราะด้วยเหตุผลที่ว่าเรื่องบุคลิกภาพ

การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก

  1. การผ่าตัดเป็นการใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องมีการดมยาสลบ จึงไม่ต้องงดอาหาร แต่ไม่ควรทานจนมากจนเกินไปไม่ต้องกลัวว่าจะหิวเพราะจะส่งผลให้ท้องอืดได้
  2. ไม่ควรแต่งหน้าไปเพราะอาจจะทำให้เกิดการบกพร่องหรือติดเชื้อได้
  3. สระผมให้สะอาดก่อนมาผ่าตัด เพราะอาจจะสระผมไม่สะดวกในช่วงแรกๆ หลังการผ่าตัด
  4. งดสูบบุหรี่ก่อนวันผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังการผ่าตัด 4 อาทิตย์
  5. ควรจัดให้เป็นเวลาพักผ่อนหลังการผ่าตัด 1 อาทิตย์ งดการทำงานหรือออกกำลังกายหนัก
  6. งดกินยากลุ่มแอสไพริน หรือกลุ่มยาอาหารเสริม เพราะอาจจะเป็นเหตุให้เลือดออกง่าย และออกมากกว่าปกติ

ขั้นตอนการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก แพทย์จะทำการวัดขนาดของริมฝีปากและวัดสัดส่วนให้ลงตัว เพื่อให้เข้ากับใบหน้าของ แล้วจึงทำความสะอาดใบหน้า ริมฝีปาก และบริเวณช่องปาก ใช้ยาชาฉีดบริเวณที่จะทำการผ่าตัด ซึ่งผู้รับการผ่าตัดจะรู้สึกตัวแต่ไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด จากนั้นแพทย์จะเริ่มตัดริมฝีปากที่เป็นส่วนเกินออกไปตาแนวของริมฝีปาก ทำให้ปากบาง และเย็บด้วยไหมละลายตามแนวที่ตัดไป โดยรอยไหมจะถูกซ่อนไว้ด้านใน เมื่อแผลหายไหมก็จะละลายหายไปเอง เนื่องจากเป็นไหมละลาย

ระยะเวลาการผ่าตัด ลำดับแรกแพทย์จะใช้เวลาโดยประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จริงๆแล้วการผ่าตัดใช้เวลาไม่นานแต่จะนาตรงที่แพทย์ออกแบบรูปทรง สำหรับอาการที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากการผ่าตัดจะทำให้คุณรู้สึกได้ว่าเมื่อยาชาหมดฤทธิ์ความปวดก็จะเข้ามาแทนที่ทันที เพราะฉะนั้นคุณควรหาวิธีบรรเทาได้ให้ใช้เจลประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นกินยาช่วยเพื่อลดอาการปวด สามถึงสี่ชั่วโมงกินที

การเสริมคางเจ็บหรือไม่ ?

ศัลยกรรมความงามสมัยนี้ต้องยอมรับว่าหลายคนนั้นให้ความสนใจและนิยมทำกันมากขึ้นเมื่อเทียบกับครั้งในอดีต เพราะทุกวันนี้มีกลายคนที่ทำศัลยกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้สวยหล่อกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก การเสริมคาง ทำตาสองชั้นหรือเสริมหน้าอก แต่ก่อนการตัดสินใจอยากที่จะทำการผ่าตัดจำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลทั้งการแพทย์และศึกษาขั้นตอนการผ่าตัดอย่างคร่าวๆก่อน

ทีมแพทย์จะวัดสัดส่วนของคางเดิมเของคุณและสัดส่วนใบหน้าทั้งหมด เพื่อที่จะคำนวณวัดขนาดของซิลิโคนและกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อทำการผ่าตัดเสริมคางและสอดใส่ซิลิโคนเข้าไป หลังจากนั้นแพทย์จะทำการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปรองรับฐานคางเดิมของคุณจากนั้น แพทย์จะร่างเส้นเพื่อกำหนดตำแหน่งจุด ขอบเขตของคางที่จะทำการเปิดปากแผลเพื่อแก้ไข

หลังจากนั้นคือขั้นตอนการผ่าตัดเสริมคางทางแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณคางให้ทั้งหมดจะรู้สึกชา จากนั้นแพทย์จะให้ยาสลบแก่คุณเพื่อลดอาการที่จะเกร็ง วัสดุที่นิยมนำมาใช้ในการผ่าตัดทำคางส่วนใหญ่จะเป็นซิลิโคนแท่งที่มีความยืดหยุ่น แพทย์ก็จะเหลาซิลิโคนเพื่อให้ได้ขนาดตามที่คำนวณไว้ในช่วงแรก และก็จะเปิดผิวให้ตรงตามจุด ยาวประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ตามความชำนาญของแพทย์ เริ่มตั้งแต่บริเวณเหงือกไปจนถึงบริเวณส่วนของกระดูกตรงคางด้านหน้า แล้วจะเลาะเข้าไปที่ใต้กล้ามเนื้อที่ติดกับ กระดูกคาง ให้อยู่ตามแนวที่วางแผนกำหนดเอาไว้ในตอนแรก และจะทำการฝังและยึดซิลิโคนให้อยู่บนกระดูกคางเดิมของคุณโดยให้อยู่ในช่องที่กำหนด เพราะมันจะทำให้ซิลิโคนนั้นไม่สามารถที่จะขยับไปมาหรือเคลื่อนที่ได้ และเย็บปากปิดแผลด้วยไหมละลาย หลังจากที่คุณได้รูปคางทรงที่สวยงามสมใจแล้ว สำหรับไหมละลายจะสามารถสลายไปเองได้ภายใน 10 วัน นับจากที่ทำการผ่าตัด

การเสริมคางนั้นใช้ระยะเวลาไม่นานประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำการผ่าตัด แต่ถ้าใครที่ทำศัลยกรรมอื่นๆบนใบหน้าก็อาจจะต้องใช้เวลาในการผ่าตัดมากขึ้นส่งผลให้แพทย์ต้องเพิ่มความระวังมากยิ่งขึ้นคุณจำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลด้วยการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ถ้าหากไม่อยากต้องมานั่งน้ำตาตกหรือการเจ็บตัวซ้ำรอบสองรอบสาม ซึ่งเราก็มักจะเห็นตัวอย่างอย่างดาราบางคนที่ทำมาผิดพลาด เมื่อแก้ไขรอบสองก็จะให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม การเตรียมตัวเองเพื่อหาข้อมูลเช่นการเตรียมตัวก่อนและหลัง การวางตัวอย่างไร ซึ่งแน่นอนการการมีข้อมูลก็จะย่อมดีกว่าการที่คุณไม่รู้อะไรเลยจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มเช่นกับคนอื่นๆ

 

 

ขั้นตอนการตัดสินใจเสริมจมูกมีอะไรบ้าง

สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูกก็มักจะมีความต้องการมาก บางคนอาจจะไม่ได้หาข้อมูลอะไรผลสุดท้ายการทำจมูกออกมาแล้วมีปัญหา หรือการอักเสบการติดเชื้อได้ เพราะความรีบร้อนด่วนตัดสินใจ แต่ถ้าพอมีเวลาคิดถึงผลระยะยาวจำเป็นต้องมีขั้นตอนการตัดสินใจอย่างดีก่อนฟันธงว่าต้องทำแน่ๆ ด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. ให้สอบถามกับเพื่อนๆรอบตัวว่ามีใครไปเสริมจมูกแล้วเป็นอย่างไร ทำทรงไหนดี ทำมาแล้วราคาเท่าไรดี ใช้เวลาทำนานไหม ทำแล้วกี่วันหาย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถสอบถามผู้รู้หรือเดินเข้าไปถามคลินิกที่คุณนั้นสนใจเพื่อนำมาวิเคราะห์หาคำตอบที่ลงตัวมากที่สุดซึ่งจะทำให้เรานั้นสามารถที่จะตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น
  2. เลือกแบบทรงจมูกที่เราต้องการเสริมมากสัก 3-4 แบบ เพื่อนำมาคิดหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุดเพราะการเลือกแบบไปหรืออยาจะมีจมูกเหมือนกับดาราที่ชื่นชอบบางครั้งคุณก็อาจจะไม่สามารถทำได้ ทรงจมูกทุกทรงนั้นจะมีข้อจำกัดที่ต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้ที่ทำมากที่สุด
  3. เมื่อได้แบบจมูกที่ต้องการเลือกที่จะให้เป็นทรงไหนต้องลองชั่งใจอีกครั้งว่า ซึ่งในตรงจุดไหนค่อนข้างที่สำคัญมากเพราะการที่คุณเลือกทบทวนดีแล้วจะไม่มีโอกาสแก้ไขอะไรได้อีก
  4. ต้องมีสถาบันที่เราต้องการเสริมจมูกมาสัก 2-3 แห่งเพื่อนำมาเปรียบเทียบข้อมูลว่าที่ไหนมีการดูแลแบบใดบ้าง มีราคาเท่าไร มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน การบริการหลังการผ่าตัดดีหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดเปรียบเหมือนความมั่นคงและการบริการหลังการขายนั่นเอง

การเสริมจมูกจำเป็นต้องเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจดูว่าจมูกที่เลือกมานั้นประเมินว่าเนื้อที่จมูกนั้นมีมากน้อย สามารถทำโด่งได้มาแค่ไหน จะทำแบบทรงหยดน้ำได้หรือไม่ หรือจะทำแบบพุ่งมากแค่ไหน หรือไม่สามารถทำได้ด้วยการเสริมจมูกแบบการเสริมซิลิโคน หรือคุณอาจจะเหมาะกับแบบอื่นมากกว่าเพราะคุณจะไม่สามารถทำได้ตามใจที่ต้องการทุกคนเสมอ โดยต้องคำนึงถึงความเหมาะสมมากที่สุด

ลักษณะโครงสร้างของจมูกแต่ละคนนั้นมีรายละเอียดที่ต่างกันซึ่งต้องได้รับคำแนะนำอย่างถูกวิธีโดยอิงความถูกต้องเป็นหลัก หากไม่อยากที่จ้ะองมาน้ำตาตกหรือต้องมาเสียใจในอนาคตคุณควรเลือกทำกับสถาบันเสริมความงามที่ได้รับความไว้วางใจมีมาตรฐานความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ เพื่อประโยชน์ต่อตัวคุณเองในอนาคต ความสวยที่ได้มาจากการตัดสินใจที่ถูกต้องก็จะเห็นผลระยะยาวกว่าที่คุณคิด

ดีต่อใจ…ศัลยกรรมปากเพิ่มความสวย

ศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปาก สำหรับในวงการศัลยกรรมนั้นเป็นที่นิยมกันมาอย่างกว้างขวาง โดยเมื่อก่อนนั้นการทำศัลยกรรมจะทำได้ก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและแก้ไขข้อบกพร่องที่มีความสวยงามขึ้น หลังจากได้แก้ไขปัญหาจุดที่บกพร่องให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วและยังสามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวได้ด้วย สำหรับหลายๆคนที่ ใส่ใจ ในเรื่องรักความสวยงาม ต้องการทำให้ตัวเองดูดีขึ้น สวยขึ้น ก็คงจะไม่พลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะการทำปากก็เป็นที่นิยมไม่แพ้การทำศัลยกรรมอย่างอื่นแต่อย่างใด

การทำศัลยกรรมปาก จะแตกต่างกันที่การเย็บแผลและทรงของปาก หากคุณชอบรูปทรงปากลักษณะใดควรแจ้งหมอให้ทราบก่อนที่จะทำและบอกรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นปากบาง ปากกระจับ หรือทรงปาดปีกนกคนก็สามารถเลือกได้ตามที่ต้องการแต่ก็ต้องให้รับกับใบหน้าโดยรวมของคุณด้วยถึงจะออกมาสวย

ระยะเวลาที่ใช้ในการทำศัลยกรรมปาก ลำดับแรกคุณหมอจะเริ่มฉีดยาชาที่ปาก พร้อม ขยี่ปากให้ยาได้กระจายทั่วปากได้ และคุณหมอจะเริ่มมือลงทำเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง สำหรับการทำศัลยกรรมปากบน ส่วนศัลยกรรมปากล่างก็จะทำประมาณ ก็ประมาณครึ่งชั่วโมงเช่นกัน รวมๆ แล้วใช้เวลาประมาณ หนึ่งชั่วโมง ถึง ชั่วโมงครึ่ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ส่วนใหญ่คุณหมอจะใช้เวลานานก็ขั้นตอนแรกที่ออกแบบรูปทรงปาก ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาทำศัลยกรรมตัดปาก ก็เพื่อเสริมโหวงเฮง ให้กับตัวเอง ที่เขาเรียกกันว่ากระจับเงินกระจับทอง แต่บางคนก็ทำเพื่อความสวยความงามให้รับกับใบหน้าโดยเฉพาะ และมีอีกหนึ่งอย่างการทำปากบาง ปากกระจับ ปากปีกนก เป็นการที่ทำศัลยกรรมใช้เวลาไม่นานและสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ เพียงแค่คุณทำตามทุกอย่างที่คุณหมอแนะนำอย่างเคร่งคัดก็ไม่มีอะไรน่ากังวล

ขั้นตอนการดูแลปาก ปากกระจับ ปากปีกนก ปากบาง

  1. ทำความสะอาดปากโดยใช้วิธีการบ้วนปาก งดการแปรงฟันในช่วง 5-7 วันแรกหลังการผ่าตัด
  2. งดการจับสัมผัส ใช้ลิ้นเลียแผล จะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น
  3. ดื่มน้ำโดยการใช้หลอดดูด เพื่อช่วยหลีกเหลี่ยงการโดนแผล
  4. งดอาหารรสจัด ควรทานอาหารอ่อนๆ, สามารถทาลิปสติกได้ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปาก
  5. ควรนวดบริเวณปากเพื่อให้ปากเข้ารูป หลังจากผ่าตัดเสร็จ

 

หลังจากผ่าตัดเสร็จส่วนใหญ่ เมื่อแผลคงที่เราก็จะเห็นรูปทรงปากมากขึ้น ส่วนเรื่องการดูแลถ้าเราดูแลดีตามที่หมดได้แนะนำผลข้างเคียงก็อาจจะไม่เกิดเลยก็เป็นไปได้

เลือกใช้ซิลิโคนอย่างไร ให้เหมาะกับหน้าอก

เลือกใช้ซิลิโคนอย่างไร ให้เหมาะกับหน้าอก

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับสาว ๆ ยุคนี้ เพราะใคร ๆ ก็อยากมีหน้าอกอวบอิ่ม กระชับได้สัดส่วนกันทั้งนั้น การมีหน้าอกเล็กหน้าอกแบนจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกซิลิโคน เพื่อการทำศัลยกรรมหน้าอกมาฝาก สำหรับสาว ๆ คนไหนที่กำลังสนใจการเสริมอึ๋มกันอยู่

การเลือกใช้ซิลิโคน

การผ่าตัดเสริมขนาดหน้าอก คือการผ่าตัดเพื่อใส่ implant หรือเต้านมเทียมที่เป็น ซิลิโคน ในสมัยก่อนจะเป็นถุงน้ำเกลือ เพื่อทำการเพิ่มไซส์ของขนาดของหน้าอกให้มีขนาดใหญ่มหึมาขึ้นซึ่ง ในปัจจุบันการผ่าตัดเสริมเต้า ยังสามารถใช้ไขมันของตัวเองเสริมขนาดหน้าอกได้อีกด้วย

ในปัจจุบันนั้นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะการศัลยกรรมชนิดนี้ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อยู่มาก จึงมีบริการที่หลากหลาย

วัตถุที่ใช้ใส่เข้าไปในหน้าอกนั้นมีอยู่หลากหลายประเภท แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ salin – filled และ silicone – filled ซึ่งคนไข้สามารถปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมในการเลือกใช้วัสดุให้เหมาะกับตนเอง

ทำศัลยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าอกทุกครั้ง ควรไข้ต้องเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และต้องเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตในการผ่าตัดมีการรับรองจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง เพราะในปัจจุบันมีสถานเสริมความงามอยู่หลายแห่ง ที่กระทำด้วยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ แต่ได้อ้างตัวว่าเป็นแพทย์ ทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงหลังจากการผ่าตัด ในบางรายอาจมีความรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตได้

เลือกซิลิโคนให้ดี
การเสริมหน้าอกโดยการใส่ซิลิโคนนั้น ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมด้วย ไม่ควรเลือกขนาดใหญ่มากจนเกินไป เพราะจะดูไม่เข้ากับสรีระของร่างกาย การเลือกรูปทรงของซิลิโคนก็เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะซิลิโคนที่มีผิวเรียบจะทำให้เกิดพังผืดได้ง่าย ซึ่งพังผืดจะส่งผลเสียทำให้หน้าอกแข็ง สัมผัสไม่เป็นธรรมชาติ แต่ซิลิโคนที่มีผิวเป็นเนื้อทราย จะมีราคาแพงมากกว่าซิลิโคนที่มีผิวเรียบ แต่ได้ป้องกันการเกิดพังผืดได้เป็นอย่างดี

ใส่ใจรูปร่างซิลิโคน

คนไข้ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับรูปทรงของซิลิโคนด้วย ในปัจจุบันได้มีซิลิโคนรูปหยดน้ำ เมื่อทำการศัลยกรรมเสริมหน้าอกเสร็จแล้ว จะทำให้หน้าอกดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพราะซิลิโคนรูปหยดน้ำ สามารถเข้ากับสรีระหน้าอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

มาตรฐานการผลิตของซิลิโคนก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการใช้ซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐาน จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายหลังจากทำศัลกรรมเสร็จแล้วได้อย่างมากมาย จึงเป็นเรื่องที่คนไข้ ควรสอบถามจากแพทย์ด้วย

การทำศัลยกรรมหน้าอกในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ดีขึ้น ทำให้การผ่าตัดเป็นไปได้ง่าย หลังจากการทำการผ่าตัดเสร็จแล้ว ทำให้รูปทรงมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ต้องเลือกใช้ซิลิโคนที่มีมาตรฐานด้วย

3 วิธีศัลยกรรมจมูกยอดฮิต ช่วยให้จมูกสวยได้รูป

การทำศัลยกรรมจมูกเป็นสิ่งหนึ่งสาว ๆ หลายคนนิยมทำกันจนกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากสวย มีใบหน้าที่น่ามองกันทั้งนั้น ดังนั้นการเสริมดั้งให้ได้รูป จึงเป็นวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นได้ วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับวิธีการเสริมจมูกในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตัวเอง

  1. ฉีดฟิลเลอร์ การเสริมจมูกด้วยรูปแบบง่าย ๆ ไม่ได้มีขั้นตอนอะไรที่ซับซ้อน สามารถเห็นผลไว ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน ไม่ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลย แต่การฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้ให้ผลคงอยู่ถาวร จำเป็นต้องมีการกลับมาฉีดซ้ำทุก 6 – 8 เดือน แต่มีข้อดีคือเห็นผลไว้ หลังจากฉีดไปประมาณ 1 อาทิตย์ก็สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ มีผลข้างเคียงน้อย แต่ยังไงก็ตามการฉีดฟิลเลอร์ควรทำด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายจากสารฟิลเลอร์ เข้าไปอุดตันในเส้นเลือดได้
  2. ใส่ซิลิโคน เป็นวิธีการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหลังจากทำเสร็จแล้วผลจะคงอยู่ถาวร สามารถได้ง่าย ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน ใช้เวลาดูแลแผลหลังผ่าตัดเพียงแค่ 1 สัปดาห์ แต่ยังไงก็ตามการผ่าตัดต้องรอให้ซิลิโคนเป็นเนื้อเดียวกับจมูกนั้น จะต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน จึงทำให้ซิลิโคนอาจเอียวหรือเบี้ยวได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ซิลิโคนทะลุออกมาจากปลายจมูกได้ การทำศัลยกรรมด้วยวิธีนี้ สามารถสังเกตผลได้อย่างชัดเจน ในบางรายอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ
  3. ใช้ไขมันตัวเอง การทำศัลยกรรมด้วยวิธีนี้ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเกาหลี เพราะหลังจากทำเสร็จแล้ว ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาซิลิโคนทะลุ ไม่รู้สึกหนักจมูก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใด ๆ ซึ่งไขมันที่นำมาใช้เสริมจมูกนั้นก็เป็นไขมันของตัวเราเอง ไม่ได้มีสารเจือปนอื่น ๆ ผสมอยู่ การทำจมูกด้วยวิธีนี้จะคงอยู่ได้ประมาณ 2 ปี ในการทำครั้งแรกจะต้องใช้เวลาทำอย่างน้อย 3 ครั้ง จมูกจึงจะได้รูปสวยงามตามที่ต้องการ

ไขมันที่จะนำมาใช้นั้นต้องเป็นไขมันที่มีชีวิต ต้องมีการดูดออกมาจาก Donor Side หรือตำแหน่งที่จะนำไขมันมาใช้เสริมจมูก โดยส่วนใหญ่มักจะเลือกดูดออกมาจากบริเวณท้อง ต้นขาด้านใน แต่โดยส่วนใหญ่จะใช้ไขมันจากต้นขาด้านในมากกว่า

หลังจากที่แพทย์ทำการดูดไขมันเสร็จแล้ว แล้วจะนำไขมันไปกรองเอาเฉพาะเซลล์ที่ดีจากไขมันดี ๆ เท่านั้น แล้วจึงนำไปฉีด หรือผ่าตัดเสริมไขมันเข้าไปในจมูก ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จภายใน 1 – 2 ชั่วโมง

การทำศัลยกรรมจมูกนั้น นับวันจะมีการพัฒนาเทคนิคและเทคโนโลยี ให้สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของสาว ๆ ให้มากที่สุด โดยเน้นการทำให้เป็นธรรมชาติ และเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด การเสริมจมูกด้วยไขมัน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่น่าลอง